สารต่างๆ ที่ปะปนมากับน้ำ

สารต่างๆ ที่ปะปนมากับน้ำ

1. สี  มักเกิดจากสารละลายในน้ำตามธรรมชาติ  เช่น  สารอินทรีย์  หรือโลหะบางชนิด  ถ้าน้ำมีปริมาณเหล็กสูงมักมีสีเหลืองอ่อน  สีของน้ำเป็นปัญหาทำให้เป็นที่น่ารังเกียจของผู้บริโภค  สีของน้ำไม่สามารถบอกผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงแต่อาจบอกประเภทของสิ่งเจือปนในน้ำ
 
2. รส  เกิดจากสารละลายในน้ำ  เช่นถ้ามีด่างละลายอยู่สูง  หรือมีความกระด้างมากจะทำให้มีรสเฝื่อน  ถ้ามีเกลือคลอไรด์จะทำให้น้ำมีรสกร่อยหรือเค็มกลิ่น  มีลักษณะที่ทำให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงตามสาเหตุ  ดังนี้  คือ
 

2.1 กลิ่นอับ  เกิดจากสารอินทรีย์ในน้ำ  เช่นใบไม้เน่าเปื่อย

2.2 กลิ่นคาว  เกิดจากเหล็กออกไซด์ในน้ำ

2.3 กลิ่นเน่าเหม็น  เกิดจากปฏิกิริยาการย่อยสลายของแบคทีเรีย  เช่น  แก๊สไข่เน่า

 
3. ความขุ่น  เกิดจากสารที่ไม่ละลายน้ำมีขนาดเล็กแขวนลอยในน้ำ  ไม่มีผลต่อสุขภาพอนามัยมากนัก  แต่ทำให้น้ำนั้นไม่ชวนดื่ม  น่ารังเกียจ  มีผลต่อระบบการกรองทำให้เครื่องกรองอุดตันเสียเร็ว  และมีผลต่อระบบการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนเนื่องจากสารแขวนลอยจะห่อหุ้มจุลินทรีย์ไว้ทำให้คลอรีนไม่สามารถทำลายจุลินทรีย์ได้
              
4. ความเป็นกรด – ด่าง  ภาวะความเป็นกรด – ด่างของน้ำ   มีผลต่อคุณภาพน้ำและการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต  ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นและต่อคุณสมบัติการกัดกร่อนของน้ำ  ด้วยวัตถุประสงค์หลักในการกำหนดหลักเกณฑ์คุณภาพความเป็นกรด – ด่าง  เพื่อลดการกัดกร่อนและเสื่อมสภาพของท่อจ่ายน้ำ  ดังนั้นจึงกำหนดความเป็นกรด – ด่าง  มีค่าระหว่าง  6.5-8.5
            
5. ความกระด้าง  เกิดจากเกลือแคลเซียมและแมกนีเซียมที่ละลายอยู่ในน้ำ  ความกระด้างแบ่งเป็น   2  ชนิด       

                  - ความกระด้างชั่วคราว  เกิดจากเกลือไบคาร์บอเนตของธาตุแคลเซียมแก้ไขได้ด้วยการต้ม

                  - ความกระด้างถาวร  เกิดจากเกลือคลอไรด์  ซัลเฟตของแคลเซียม  และแมกนีเซียมไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยความร้อน           

6.  ปริมาณสารละลายทั้งหมดที่เหลือจากการระเหย  สารละลายทั้งหมดที่อยู่ในน้ำได้แก่  พวกสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์  เช่นแคลเซียม  แมกนีเซียม  โซเดียม  ในรูปของสารไบคาร์บอเนต
             
7. เหล็ก  สามารถละลายน้ำได้ดีในที่ ๆ มีอากาศน้อยและเมื่อถูกกับอากาศจะตกตะกอนเป็นสีน้ำตาลแดง  มีกลิ่นเฉพาะตัว  และมีรสที่ไม่พึงประสงค์  ทำให้เป็นที่น่ารังเกียจของผู้บริโภค  นอกจากนั้นยังทำให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำ  เกิดปัญหาในการซักล้าง  ทำให้สุขภัณฑ์เกิดเป็นคราบสนิม
             
8. แมงกานีส  เกิดจากสารประกอบแมงกานีส  เมื่อถูกกับอากาศจะตกตะกอนเป็นสีดำ  มีผลต่อสุขภาพโดยพิษจะสะสมเรื้อรัง  ทำให้เกิดอาการของโรคจิตและสายตาเสื่อม  เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย
             
9. ทองแดงและสังกะสี   ธาตุทั้งสองไม่มีโทษต่อร่างกาย  แต่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ในทางโภชนาการ  แต่ถ้ามีมากอาจทำให้รสไม่ชวนดื่ม
             
10. ซัลเฟต   เกิดจากแร่ธาตุในธรรมชาติทำให้เกิดน้ำกระด้างถาวร  เป็นตะกรันในหม้อต้มอนุมูลนี้โดยลำพังไม่มีผลต่อสุขภาพอนามัย  แต่หากมีธาตุแมกนีเซียมสูงด้วยจะทำให้เกิดผลเหมือนยาระบาย  โดยทั่วไปซัลเฟตมีผลทำให้น้ำเกิดรสได้น้อยกว่าคลอไรด์
            
11.  คลอไรด์   เกิดจากเกลือคลอไรด์ในธรรมชาติ  ซึ่งมักจะละลายน้ำได้ดี  ทำให้น้ำมีรสกร่อย  แต่ไม่มีผลต่อสุขภาพอนามัย
             
12. ฟลูออไรด์   เกิดจากแร่ฟลูออไรด์ในธรรมชาติ  (ครีโอไรด์)  ละลายน้ำได้ดี  ทำให้น้ำใต้ดินที่ไหลผ่านแหล่งแร่มีฟลูออไรด์เจือปนอยู่ด้วย  ฟลูออไรด์จำนวนเล็กน้อยไม่เกิน  0.7  มิลลิกรัมต่อลิตร  จะไม่มีผลต่อฟันและกระดูก  แต่ถ้ามีมากเกินไปจะทำให้ฟันตกกระ  (เป็นจุดดำ)
            
13. คลอรีนอิสระตกค้าง  สำหรับ น้ำบริโภคที่มีการปรับปรุงคุณภาพโดยใช้คลอรีนในการฆ่าเชื้อโรคควรที่จะให้มี ปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลืออยู่0.2 ถึง 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร   หรือตามที่หน่วยงานที่รับผิดชอบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น   เช่น   น้ำประปาที่มีท่อส่งยาว  อาจต้องเติมคลอรีน  ให้มีคลอรีนเหลืออยู่ในท่อต้นทางประมาณ  1 มิลลิกรัมต่อลิตรเพื่อให้ปลายท่อมีคลอรีนไม่น้อยกว่า  0.2  มิลลิกรัม/ลิตร   หรือในกรณีที่เกิดโรคระบาดอาจเติมคลอรีนเป็น  2  เท่า  ของปกติก็ได้
              
14. ไนเตรท    เกิดจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์โดยแบคทีเรียบางชนิดมีผลต่อสุขภาพอนามัย  โดยเฉพาะเด็กทารกซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการขาดออกซิเจน  มีอาการตัวเขียว  และอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้
               
15. ปรอท   เป็นสารมีพิษสูงและไม่มีประโยชน์ใด ๆ   ต่อร่างกาย  ปรอทมีผลทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท
               

16. ตะกั่ว    เป็นสารพิษที่เกิดโทษอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัย  เมื่อได้รับสารตะกั่วจำนวนมากในระยะเวลาสั้น ๆ  จะมีอาการระคายเคืองกระเพาะและลำไส้  ชา  เป็นตะคิว  กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย  โลหิตจาง  คันตามร่างกาย  ถ้ากรณีได้รับสารตะกั่วจำนวนน้อยสะสมในร่างกาย  จะมีอาการเบื่ออาหาร  ท้องผูก  ตะคิวหน้าท้อง  อ่อนเพลีย  เกิดการเสื่อมของสมอง

17. โครเมียม   สารพิษที่เกิดโทษต่อสุขภาพเมื่อรับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เกินกำหนดทำให้  มีอาการอ่อนเพลีย  และปวดตามข้อ  นอกจากนี้ยังเป็นสารก่อมะเร็งด้วย             

18. แคดเมียม   เป็นสารพิษที่อันตรายสูงต่อสุขภาพอนามัย  เมื่อเข้าสู่ร่างกายเพียงเล็กน้อยมีผลต่อระบบไต  ความดันโลหิตสูง  เส้นเลือดฝอยแข็งตัว  หัวใจวาย  เป็นแผลเรื้อรังในปอด  ถุงลมโป่งพอง  และทำให้กระดูกเปราะแตก  มีรูปร่างผิดปกติ
             

19.ไซยาไนด์   จัดว่าเป็นสารพิษที่มีผลต่อร่างกายมนุษย์อย่างเฉียบพลัน
             

20. ซิลิเนียม  เป็นสารที่มีพิษคล้ายสารหนู  มีผลต่อระบบประสาท  อาจมีอาการไอ  อาเจียน  เจ็บหน้าอก  ความดันโลหิตต่ำ